การดูแลรักษาศาลา
เป็นที่น่าเสียดายจริงๆครับ จากประสบการของผมพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในการดูแลรักษาศาลาไม้ จึงทำให้ศาลาไม้ ที่ทรงคุณค่าทางศิลปะภูมิปัญญาไทย และ ทรัพยากรธรรมชาติิัอันจำกัดนี้ ที่ในตอนแรก ซื้อมาเป็นเจ้าของ เพราะ ความสวยงามประทับใจ แต่กาลเวลาผ่านไปไม่นาน ก็กลายเป็นเพียงซากศาลาไม้ผุๆพังๆ เป็นภาระ เกะกะ ดูรกหูรกตา รอการกำจัด และสุดท้าย ก็ต้องจำใจเอาไปทำฟืนในที่สุด 
ศัตรูของเหล็กคือสนิม ศัตรูของไม้คือเชื้อรา และ ปลวก
ดังนั้น หากท่าน ต้องการให้ศาลาไม้มีอายุยืนนาน ท่านต้องพยายามปกป้องรักษาเนื้อไม้จาก เชื้อรา และ ปลวก โดย การตั้งศาลาให้หลีกเลี่ยง จากการ สัมผัสความเปียกชื้น ให้มากที่สุด เช่น
1) ไม่ควรตั้งศาลาในรัศมีของระบบการให้น้ำอัตโนมัติทุกประเภท ( Spinkle ) และหากไม่จำเป็น ก็ไ้ม่ควรปลูกไม้พุ้มเล็ก ใกล้ศาลาหรือโคนเสาศาลามากเกินไป เพราะนอกจากทำให้ ศาลา แลดูไม่โดดเด่นแล้ว ยังทำให้โคนเสาต้องเปียกชื้นจากการรดน้ำ โดยไม่จำเป็นครับ

ภาพบน : จะเห็นตะปูเริ่มเป็นสนิม และ มีรอยสีดำๆ ขึ้นรอบๆ ตะปู น้ำขะซึมเข้าตามรอยประกบของไม้ชิ้นต่างๆ ซึ่งเป็นที่เพาะเชื้อรากัดกินทำลายเนื้อไม้ ต่อไป.. อนึ่ง ความหนาแน่นของศาลาส่วนใหญ่ ยึดเกาะด้วยแรงเสียดทาน (friction) ของตะปู ผ่าน เนื้อไม้สองชิ้นประกบกัน ดังนั้น ถ้าเราปล่อยให้ความชื้นของน้ำ ซึมเข้าไปในร่อง ระหว่าง ตะปู กับ เนื้อไม้ทุกวัน หรือ เป็น เวลานานๆติดต่อกัน ย่อมทำให้ สนิมตะปู และ เชื้อราจากไม้ทำงานพร้อมกัน.. จึงไม่น่าแปลกใจว่า ศาลาที่ซื้อมาใหม่ๆ ตอนแรกก็ดูแน่นหนาดี แต่ต่อมาไม่นาน ทำไมเวลาเดินขึ้นศาลาเริ่มมีเสียงดัง เอี๊ยดอ๊าดๆ.. หรือ เริ่ม โยกโคลง
2) ห้ามวาง / ตั้งศาลา กับ พื้นดิน (โดยตรง)

ภาพบน : เป็นการวางศาลา ที่ไม่ถูกต้อง เพราะ เชื้อราจากความชื้นของดิน จะกัดกร่อนทำลายแกนของเสาหลัก ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด และ ปลวกมักจะใช้เป็นเส้นทางเข้าทำลาย กัดกินเนื้อไม้เสาของท่านจากใต้ดิน โดยที่ท่านมองไม่เห็น ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอีกที ปลวกก็กัดกินเสาจนกลวงจากข้างในไปครึ่งต้นแล้ว
ข้อแนะนำ : ถ้าท่านกำหนดที่ตั้งศาลาที่แน่นอนแล้ว และ มีงบสักหน่อย ก็ควรมีการเตรียมพื้นให้สวยงาม (ตามภาพด้านล่าง)แต่ถ้ายังไม่สามารถกำหนดสถานที่ที่ตั้งศาลาที่แน่นอนได้ หรือ อาจจะต้องมีการเคลื่อนย้ายในอนาคต


ก็ทำแบบประหยัดก็ได้ครับ คือ ลองเสาด้วยก้อนอิฐ CPAC ตามจำนวนเสา (ตามภาพ) เสาสี่ต้น ก็ใช้ 4 ก้อน.. พูดง่ายๆ ก็คือ ซื้อตามจำนวนเสาหละครับ แต่ อย่าลืมซื้อเผื่อวางฐานบันได ทางขึ้นด้วยนะครับ..เมื่อจะย้ายศาลาไปไหนก็เอาไปลองด้วย

3) ทาสีตามช่วงระยะเวลา
ศาลาไทยเราส่วนมากจะตั้งไว้กลางแจ้ง ดังนั้น ศาลาจะโดนแดดโดนฝน วันหนึ่งหลายๆชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแดดในเมืองไทยเราด้วย คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่า ร้อนขนาดไหน เราจึงควรทาสีย้อมไม้ตามระยะเวลาอย่างสม่ำเสนอ ทั้งนี้ คงต้องแล้วแต่ความเหมาะสม ( ของความขยันของเรา ) แต่ยังไงก็อย่าให้เกิน 1 ปี นะครับ.. เพราะถ้านานกว่านั้น สงสารศาลาหนะครับ..
สีทาไม้ที่ใช้ จะต้องเป็นสีที่ใช้ทาไม้ โดยเฉพาะ และ จะต้องเป็นสีที่ใช้ทาภายนอกนะครับ อันนี้ดูให้ดีๆ ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่หลากหลายยี่ห้อ และ หลากหลายเฉดสี ให้ท่านเลือกใช้ตามอัธยาศัย โดยส่วนใหญ่จะเป็น solvent base หรือ พูดง่ายๆ แบบมีกลิ่นค่อนข้างฉุน ( ชาวบ้านเรียกว่า ทินเนอร์ ) บ้างครั้งพวกช่างสี เค้าจะ เรียกว่า สีแห้งช้า เวลาทาแล้วต้องรอให้สีแห้งค่อนข้างจะนาน เพราะฉะนั้น เวลาวางแผนทาสีแห้งช้า ก็ต้องดูฟ้าดูฝนหน่อยครับ ไม่งั้น ผิวไม้จะพองเป็นตุ่มๆ.. แบบหนังคางคก
อีกแบบ คือ water base หรือ ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย สีแบบนี้ จะเรียกว่าสีแห้งเร็ว คือ ทาแล้วไม่เกิน 30 นาที ก็แห้งแล้ว ทาซ้ำ หรือ ใช้งานได้เลย ข้อดี นอกจะแห้งเร็วแล้ว ยังไม่ค่อยมีกลิ่นฉุน ไม่ยุ่งยากในการทา เนื่องจาก ใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย เวลาทาเสร็จ ก็ใช้น้ำธรรมดาล้างแปรงได้เลย..
สนนราคาค่าสี มีหลากหลายครับ ตั้งแต่ ราคาไม่กี่ร้อย ถึง หลายพันบาท ต่อ แกลลอน ปัจจุบัน ( 21 ตุลาคม 2551 ) สีแห้งเร็ว จะมีราคาสูงกว่า สีแห้งช้ามาก และ ส่วนมาก สีจำพวก water base จะเป็นสีนำเข้าจากต่างประเทศ.. ถ้ามีข้อมูลใหม่ ก็ e-mail มา update หน่อย ก็จะขอบพระคุณยิ่งนะ ขอรับ...
4) ขึ้นศาลากรุณาถอดรองเท้า
ผมมีความเชื่อว่า คนที่ซื้อศาลาไม้ ร้อยทั้งร้อย ที่ซื้อเพราะชอบความเป็นธรรมชาติของไม้ แต่ผมเห็นคนใช้ศาลา ( โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ติดตั้งตามบริษัทหรือโรงงาน ) เกือบทั้งหมด มักจะใส่รองเท้าย่ำขึ้นศาลา ผลก็คือ พื้นศาลามีอันต้องไปก่อน เพราะริ้วรอยขูดขีดของกรวดทรายที่ติดมากับพิ้นรองเท้า ทำให้ศาลาหมดความสวยงาม เพราะฉะนั้น ขึ้นศาลา ถอดรองเท้าเถอะครับ นอกจากทำให้พิ้นศาลาดูสะอาดและมีอายุยืนยาวแล้ว ผมว่ายังเป็นการบริหารนิ้วเท้าและฝ่าเท้าบนพื้นไม้อีกด้วยครับ
5) สำรวจบริเวณรอบๆศาลาบ้าง
หมั่นสำรวจบริเวณรอบๆศาลา ทั้งภายใน ภายนอกบ้างนะครับ เช่น ชำเลืองมองดูโคนเสาทุกต้นของศาลาบ้าง ว่ามีทางเดินของปลวกทำทางเข้าโคนเสาหรือเปล่า หรือ มีเศษฝุ่นละเอียดไม้ล่วงตามจุดต่างๆหรือไม่ ( เกิดจากมอดไม้ ) จะได้กำจัดได้ทันเวลา


ส่วนภายในศาลา ก็ชำเลืองมองดูข้างบนใต้หลังคาบ้าง .. ไม่เช่นนั้น ท่านอาจหัวใจวายจากเสียง..กรี๊ดดด... ของคุณผู้หญิงเวลาเห็นแขกไม่ได้รับเชิญ เลื้อย หรือ เกาะ หนึบอยู่บนขื่อ หรือ แป ... สยองครับ...
สุดท้ายนี้ กระผมขอให้ท่านมีความสุขกับศาลาไม้ และ คงอยู่ในสภาพที่ท่านซื้อมาในตอนแรก ไปชั่วลูกชั่วหลานนะครับ.. สวัสดีครับ





